
ตารางเปรียบเทียบ Material 3D Printing
เลือก Material ให้เหมาะกับงาน = พิมพ์ง่ายขึ้น ตรงการใช้งาน
การเลือกเส้นพิมพ์ 3D ไม่ควรดูแค่ราคา หรือเลือกจากวัสดุที่คุ้นเคยเท่านั้น เพราะ Material แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ความทนความร้อน ความทนสารเคมี และความง่ายในการพิมพ์
บทความนี้สรุปวัสดุ 3D Printing ยอดนิยม เช่น PLA, Tough PLA, PETG, ABS, CPE, CPE+, Nylon, PC, TPU 95A, PP และ PET CF เพื่อช่วยให้เลือกเส้นพิมพ์ได้เหมาะกับงาน Prototype, Jig, Fixture, Functional Part, Tooling และงาน Engineering
สรุป Material ยอดนิยมแบบเข้าใจง่าย
PLA
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น งานโมเดล งานโชว์ และ Prototype ทั่วไป จุดเด่นคือพิมพ์ง่าย ผิวงานสวย และให้รายละเอียดคม แต่ไม่เหมาะกับงานที่ต้องเจอความร้อนสูง
Tough PLA
เหมาะกับงาน Prototype หรือ Jig / Fixture ที่ต้องการความเหนียวมากกว่า PLA ปกติ แต่ยังคงพิมพ์ง่าย เหมาะกับงานต้นแบบขนาดใหญ่
PETG
เหมาะกับชิ้นส่วนใช้งานจริง งาน Jig, Fixture และ Functional Part จุดเด่นคือแข็งแรง เหนียว ทนชื้น และทนสารเคมีบางประเภทได้ดี
ABS
เหมาะกับอะไหล่ Housing และงานวิศวกรรมที่ต้องการความแข็งแรงและทนแรงกระแทก ข้อควรระวังคือมีโอกาสเกิด Warping และมีกลิ่นขณะพิมพ์
CPE / CPE+
เหมาะกับงาน Functional Part และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทาน จุดเด่นคือทนสารเคมี ใช้งานได้หลากหลาย และ CPE+ ทนแรงกระแทกได้ดีกว่า CPE
Nylon
เหมาะกับเฟือง บูช และชิ้นส่วน Mechanical ที่ต้องรับแรงหรือทนการสึกหรอ จุดเด่นคือเหนียว ทนแรง และทนการใช้งานซ้ำได้ดี แต่ดูดความชื้นง่าย ควรเก็บในที่แห้ง
PC
เหมาะกับงาน Engineering Part และงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง รวมถึงงานที่ต้องทนความร้อน ข้อควรระวังคือต้องควบคุมอุณหภูมิการพิมพ์ให้เหมาะสม
TPU 95A
เหมาะกับงานยืดหยุ่น เช่น ซีล ยางรอง กันกระแทก หรือชิ้นส่วนที่ต้องบีบงอได้ จุดเด่นคือมีความยืดหยุ่นคล้ายยาง แต่ต้องพิมพ์ช้ากว่าวัสดุแข็ง
PP
เหมาะกับงานน้ำหนักเบา ภาชนะ ชิ้นส่วนที่ต้องการความยืดหยุ่น และงานที่ต้องทนสารเคมีบางประเภท ข้อควรระวังคือการยึดเกาะกับฐานพิมพ์ต้องตั้งค่าให้เหมาะสม
PET CF
เหมาะกับงาน Jig, Fixture, Tooling และงาน Engineering ที่ต้องการความแข็งและเสถียรสูง มีส่วนผสมของ Carbon Fiber ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการเสียรูปของชิ้นงาน
สรุป Material ยอดนิยมแบบเข้าใจง่าย
PLA
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น งานโมเดล งานโชว์ และ Prototype ทั่วไป จุดเด่นคือพิมพ์ง่าย ผิวงานสวย และให้รายละเอียดคม แต่ไม่เหมาะกับงานที่ต้องเจอความร้อนสูง
Tough PLA
เหมาะกับงาน Prototype หรือ Jig / Fixture ที่ต้องการความเหนียวมากกว่า PLA ปกติ แต่ยังคงพิมพ์ง่าย เหมาะกับงานต้นแบบขนาดใหญ่
PETG
เหมาะกับชิ้นส่วนใช้งานจริง งาน Jig, Fixture และ Functional Part จุดเด่นคือแข็งแรง เหนียว ทนชื้น และทนสารเคมีบางประเภทได้ดี
ABS
เหมาะกับอะไหล่ Housing และงานวิศวกรรมที่ต้องการความแข็งแรงและทนแรงกระแทก ข้อควรระวังคือมีโอกาสเกิด Warping และมีกลิ่นขณะพิมพ์
CPE / CPE+
เหมาะกับงาน Functional Part และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทาน จุดเด่นคือทนสารเคมี ใช้งานได้หลากหลาย และ CPE+ ทนแรงกระแทกได้ดีกว่า CPE
Nylon
เหมาะกับเฟือง บูช และชิ้นส่วน Mechanical ที่ต้องรับแรงหรือทนการสึกหรอ จุดเด่นคือเหนียว ทนแรง และทนการใช้งานซ้ำได้ดี แต่ดูดความชื้นง่าย ควรเก็บในที่แห้ง
PC
เหมาะกับงาน Engineering Part และงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง รวมถึงงานที่ต้องทนความร้อน ข้อควรระวังคือต้องควบคุมอุณหภูมิการพิมพ์ให้เหมาะสม
TPU 95A
เหมาะกับงานยืดหยุ่น เช่น ซีล ยางรอง กันกระแทก หรือชิ้นส่วนที่ต้องบีบงอได้ จุดเด่นคือมีความยืดหยุ่นคล้ายยาง แต่ต้องพิมพ์ช้ากว่าวัสดุแข็ง
PP
เหมาะกับงานน้ำหนักเบา ภาชนะ ชิ้นส่วนที่ต้องการความยืดหยุ่น และงานที่ต้องทนสารเคมีบางประเภท ข้อควรระวังคือการยึดเกาะกับฐานพิมพ์ต้องตั้งค่าให้เหมาะสม
PET CF
เหมาะกับงาน Jig, Fixture, Tooling และงาน Engineering ที่ต้องการความแข็งและเสถียรสูง มีส่วนผสมของ Carbon Fiber ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการเสียรูปของชิ้นงาน




